ประวัติความเป็นมา

               ประวัติความเป็นมานิกายออร์ทอดอกซ์

          

ความเป็นมาของนิกายนี้สืบย้อนไปถึงศตวรรษแรกในคริสตศาสนา  อันเป็นช่วงระยะเวลาที่จักรวรรดิโรมันถูกแบ่งแยกออกเป็นสองอาณาจักร  คือ  โรมันตะวันตก  มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงโรม  ใช้ภาษาลาตินเป็นภาษากลาง  ส่วนโรมันตะวันออก  ซึ่งนิยมเรียกกันว่า ไบแซนทีน ( Byzantine ) มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุง คอนสแตนติโนเปิล  ( Constantinople )  มีสหมิตรที่เป็นแนวร่วมเดียวกันคือเมือง อเล็กซานเดรีย ( Alexandria )  อันติอ็อค  ( Antioch )  และเยรูซาเล็ม ( Jerusalem ) ใช้ภาษากรีกเป็นภาษากลางสื่อสารทั่วไปอาณาจักรทั้งสองนี้  มีการแข่งขันกันมาตลอด  ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนา  ศิลปและวัฒนธรรม  การเมือง  แม้นว่าจะนับถือศาสนาคริสต์เหมือนกัน  แต่มุมมองในด้านความเชื่อต่างกัน  เช่น  ฝ่ายนิกายออร์ธอดอกซ์  ไม่บังคับในเรื่องการถือโสดของนักบวช  ไม่บังคับในเรื่องการอดอาหาร  การไว้หนวดเครา  ปฏิเสธการไถ่บาปของบาทหลวงคาธอลิก  เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น  การไม่ยอมรับในอำนาจของพระสันตะปาปา  กลุ่มออร์ธอดอกซ์ได้ถือโอกาส ประกาศตนเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกรุงโรมแล้วเรียกกลุ่มของตนว่า “ ออร์ธอดอกซ์ “ ( Orthodox )  ซึ่งมีความหมายว่า “ หลักธรรมที่เที่ยงตรง “ หรือ “ หลักธรรมที่ถูกต้อง “  ทั้งนี้เพราะพวกออร์ธอดอกซ์ เชื่อว่าหลักคำสอนที่พวกตนปฏิบัติอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  มีเหตุผลไม่งมงาย  พิธีกรรมความเชื่อต่างๆ  ล้วนได้รับอิทธิพลจากกรีก  อันเป็นแหล่งที่มาของความเชื่อที่ถูกต้องเป็นเหตุเป็นผล
• ศาสนจักรของโรมันตะวันออกเจริญรุ่งโรจน์อยู่นาน  จนกระทั่งอาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลายตกเป็นของพวกอนารยชนในระยะเวลาหนึ่ง  อาณาจักรโรมันตะวันออกก็สูญเสียให้กับพวกเตอร์ก  ในปี ค.ศ.  1453  นับแต่นั้นมาศาสนาอิสลามได้เข้าไปมีบทบาทแทน
• แม้นกรุงคอนสแตนติโนเปิลโดยทั่วไปเป็นของพวกเตอร์ก  แต่ผู้นับถือนิกายออร์ธอดอกซ์ ยังคงมีอยู่บ้าง  ส่วนมากแพร่หลายในแถบยุโรปตะวันออกและรัสเซีย  ทำให้เกิดนิกายออร์ธอดอกซ์แบบสลาฟ  และนิกายออร์ธอดอกซ์แบบรัสเซีย  ซึ่งแต่เดิมมาทั้งหมดนี้เคยเป็นแบบกรีกออร์ธอดอกซ์โดยเฉพาะที่รัสเซียนั้น  ศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากอาจเรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรโรมันแห่งที่สามเลยก็ว่าได้  มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงมองโคว์  อย่างไรก็ตาม พอสิ้นสุดระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช  เข้าสู่ยุคการปกครองแบบคอมมิวนิสต์  ความรุ่งเรืองของศาสนาได้ลดลงไป  แต่ยังไม่ถึงกับสูญสลาย  เพราะเหตุว่าศาสนจักรยังสามารถพิมพ์คัมภีร์ใบเบิลเผยแพร่ได้  และบางส่วนได้นำส่งออกขายต่างประเทศ  ประมาณกันว่าในรัสเซียขณะนั้นมีผู้นับถือ ประมาณ  50  ล้านคน  มีนักบวช  35,000  คน  ข้อมูลนี้เป็นสถิติที่บันทึกไว้ในหนังสือศาสนาโลก  ของนิตยสาร ไลฟ์  ( Life )  ตีพิมพ์  ค.ศ.  1957  นับว่ามีจำนวนผู้นับถือศาสนานี้ไม่น้อยเลยสำหรับสมับนั้น  แต่สำหรับปัจจุบันนี้เราไม่สามารถทราบจำนวนผู้นับถือศาสนานิกายนี้ได้อย่างแน่นอน  เพราะเนื่องจากความแปรปรวนทางการเมือง
• ปัจจุบันนี้นิกายออร์ธอดอกซ์  มีอิสรภาพในด้านความเชื่อและการปกครองตนเอง  โดยไม่ต้องขึ้นต่อสำนักวาติกันของโรม  มีปาตริอาร์คเป็นประมุข  แต่ก็มีออร์ธอดอกซ์บางกลุ่มที่ยังขึ้นต่อสำนักวาติกัน  เรียกว่า  ออร์ธอดอกซ์คาธอลิก  พวกนี้มีพิธีกรรมต่างๆ  เป็นแบบตะวันตกแต่ระบบการปกครองอยู่ภายใต้การชี้นำของสำนักวาติกัน  ประเทศที่นับถือนิกายออร์ธอดอกซ์  ส่วนมากเป็นยุโรปตะวันออก  เช่น  โรมาเนีย  ฮังการี  บัลแกเรีย  โปแลนด์  ยูโกสลาเวีย  และรัสเซีย ฯลฯ
•อย่างไรก็ตามแม้นว่านิกายออร์ธอดอกซ์โดยทั่วไป  จะปฏิเสธระบบการปกครองและรูปแบบพิธีกรรมของศาสนจักรคาธอลิก  แต่ก็ยังคงยอมรับในศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้ง  7  ข้อ  เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย  ทั้งๆ ที่ระเบียบปฏิบัตินั้นอาจแตกต่างกันในส่วนปลีกย่อย  แต่ในด้านแก่นหรือเนื้อแท้ของพิธีกรรมยังคงเป็นแบบเดียวกัน

แหล่งที่มา  http://www.fahkramchurch.org/shadowplay_1/page.html

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s