นิกายที่แยกออกมาจากนิกายโปรเตสแตนท์

 ต่อมาได้แยกออกเป็นอีกหลายนิกาย แต่ทุกนิกายปฏิบัติกิจร่วมกันได้ดังนี้
     -.นิกายลูเธอร์แรน (Lutheran) นับถือหลักการของมาตินลูเธอร์อย่างเคร่งครัด ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือคอนแฟสชั่น นับถือพระเยซูองค์เดียว ขนมปังกับน้ำองุ่นที่รับประทานแล้วต้องอยู่ในสภพเดิมไม่เปลี่ยนเป็นเลือดเนื้อของพระเยซู แม้ว่าความหมายสำคัญของพระเยซูจะมีอยู่ในนั้น จะขายบัตรปลดบาป หรือจะแผ่ส่วนกุศลให้กันไม่ได้ เครื่องหมาย รูปเขียน และไม้กางเขน จะใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ นิกายนี้นับถือกันมากในประเทศเยอรมัน สวีเดน เดนมาร์ก นอรเว ฮอลันดา อเมริกา
     -.นิกายกัลวิน หรือ เพรสไบเตอร์เรียน (Calvin or Rrebyterion) นิกายนี้กัลวินชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ตั้ง มีลักษณะแปลกจากนิกายที่ 1 คือถือว่าขนมปังกับน้ำองุ่นแม้ว่าจะคงอยู่ในสภาพเดิมแต่ก็เป็นเครื่องหมายให้ระลึกถึงพระเยซู และถือศีลเพียง 2 คือ ศีลล้างบาปกับศีลมหาสนิท ส่วนอีก 5 ข้อไม่ถือ
ต่อมายอนนอกส์ นำนิกายนี้ไปประเทศที่สก๊อตแลนด์ และเรียกชื่อใหม่ว่า เพรสไบเตอร์เรียน โดยถือว่ามีเพรสไบเตอร์เรียนสูงอายุ เป็นประธานในศาสนาสืบต่อจากพระเยซู นิกายนี้เป็นนิกายประจำประเทศสก๊อตแลนด์ พวกมิชชั่นนารีชาวอเมริกัน เที่ยวนำไปสอนตามที่ต่างๆ เช่นประเทศไทย และยังแยกเป็นนิกายย่อยๆ อีก 3 นิกาย แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย
     -.นิกายเอปีสโกปาล หรือ พรีเลซี่ (Prelacy) นิกายนี้คล้ายกับนิกายที่ 2 ต่างกันแต่หัวหน้านิกาย คือในนิกายนี้มีบิช็อบ หรือ สังฆนายกเป็นผู้สืบชั้นสูง แต่เพรสไบเตอร์เรียนเป็นผู้สืบชั้นรอง
     -.นิกายเชอร์ซ ออฟอิงแลนด์ (Church of Englanh or Anglican church) นิกายนี้เป็นนิกายของอังกฤษ มีลักษณะคล้ายนิกายโรมันคาธอลิก ต่างกันแต่ไม่ยอมขึ้นต่อโป๊ป และไม่ปฏิบัติตามบัญญัติหรือพระสมัยที่โป๊ปตั้งขึ้นใหม่ นิกายนี้มีประมุขเป็นของตนเอง
     -.นิกายคอนครีเครชั่น หรืออินดิเพ็นเดนต์ (Indepenbent) เป็นนิกายที่แยกออกมาจากนิกายที่ 4 นิกายนี้ถือว่า ฆราวาสหมู่ 1 อาจทำพิธีกรรมตามสิทธิให้สำเร็จได้ โดยมิต้องอยู่ในบังคับบัญชาของใครให้ยุ่งยาก อันเป็นเรื่องทางโลก เพราะศาสนานี้เป็นเรื่องทางใจจะมาใช้ระเบียบทางโลกมาปกครองนั้นไม่ควร
     -.นิกายเวสลิมัน หรือ เมโธดิสต์ เป็นนิกายที่ยอนเวสลี เป็นผู้เริ่มคิดแยกออกจากนิกายอังกฤษ คือที่ 4 มีหัวหน้าควบคุมปกครองเป็นลำดับ ตรงกันข้ามกับนิกายคอนครีเครชั่น
     -.นิกายแบพติสต์ (Baptist Church) นิกายนี้แยกออกจากจากนิกายที่ 4 เหมือนกัน หลักการในนิกายนี้ไม่แตกต่างจากนิกายที่ 2 มากนัก ไม่มีพิธีล้างบาปสำหรับเด็กใหม่ แต่มีสำหรับผู้ใหญ่ซึ่งรู้จักผิดชอบแล้ว และมีความเชื่อมั่นต่อพระเยซูแล้ว เด็กเล็กหรือคนโง่เง่าหรือคนใจบาปหยาบช้า จะให้ล้างบาปก็ไม่มีประโยชน์ จึงไม่ควรทำ การปกครองเป็นแบบนิกายที่ 5 นิกายนี้หมอสนิท บางคอแหลม นำมาสั่งสอนในเมืองไทยเป็นคนแรก
นิกายต่างๆที่กล่าวมานี้ นอกจากนิกายแองคิลกัน คือ นิกายที่ 4 ซึ่งรัฐบาลอังกฤษรับรองว่า เป็นลัทธินิกายของชาติอังกฤษกับนิกายเพรสไบเตอร์เรียน ซึ่งเป็นนิกายของสก๊อตแลนด์ แล้วนิกายอื่นมักรวมเรียกว่า นัน คอนฟอร์มิสต์ (Non-Conformist) ซึ่งมีความหมายว่า ไม่รวมกับนิกายของรัฐบาล)
     -.นิกายพิวริแตน (Puritan) นิกายนี้แยกออกจากนิกายที่ 4 อีกเหมือนกัน โดยเมื่อราว 3-4 ร้อยปีมานี้ ในอังกฤษมีกฎหมายว่า ถ้าใครไม่นับถือศาสนาตามนิกายอังกฤษ คือนิกายที่ 4 จะต้องโทษจึงมีชาวอังกฤษพวกหนึ่งไม่ยอมนับถือ เพราะรังเกียจว่า นิกายอังกฤษมีหลักการคล้ายนิกายโรมันคาธอลิกของโป๊ป ชาวอังกฤษพวกนี้จึงพากันอพยพไปอเมริกา และสร้างนิกายนี้ขึ้นในอเมริกานั้น
     -.นิกายแควกเกอร์ (Quaker) หรือสมาคมมิตรภาพหลักการคล้ายนิกายโปรแตสแตนต์อื่นแปลกแต่ในนิกายนี้ ไม่มีพิธีกรรมใดๆไม่ต้องมีโรงสวดหรือโบสถ์ จะใช้บ้านหรือสถานที่ใดๆ สำหรับทำการเคารพบูชาพระเจ้าได้ทั้งนั้น ไม่มีการล้างบาปโดยวิธีรับประทานขนมปังกับน้ำองุ่น ไม่มีการสาบาน ถือการปฏิบัติเพื่อความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ฟุ้งเฟ้อ
     -.นิกายยูนิตาเรียน (Unitarion) นิกายนี้ข้อสำคัญต่างจากนิกายอื่น คือ ในศาสนาคริสต์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิกานคาธอลิกหรือโปรแตสแตนต์ ตามที่กล่าวมาแล้วมีสิ่งสำคัญที่นับถืออยู่อย่างหนึ่งว่าพระเจ้ามีลักษณะเป็นตรีนิติ (Trinity) คล้ายกับตรีมูลติ คือพระเจ้าของพราหมณ์ ตรีนิติคือพระบิดา หรือพระเจ้า พระจิต หรือวิญญาณและพระบุตร หรือพระเยซู ทั้ง 3 นี้จะแยกกันมิได้ แต่พวกนิกายยูนิตาเรียนไม่ยอมรับ และพวกนี้มีความเข้าใจแยกเป็น 2 พวก คือ พวกเก่า พวกใหม่ พวกเก่าไม่ยอมรับเรื่องตรีนิติ แต่ก็เชื่อว่าพระเยซูมีลักษณะเป็นทิพย์ของพระเจ้าที่ปรากฏมาเป็นมนุษย์ และพระเจ้าได้ประทานคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้รวบรวมรจนา และเชื่อว่าพระเยซูมีอิทธิปาฏิหาริย์ แต่พวกใหม่มีความเข้าใจตรงกันข้ามกับพวกเก่า คือเข้าใจว่าพระเยซูเป็นคนธรรมดา มิใช่มีส่วนอะไรกับพระเจ้า แต่เป็นผู้ทรงคุณงามความดีอันบริสุทธิ์ และมีปัญญาเป็นอัจฉริยะเท่านั้น การปาฏิหาริย์ การถ่ายบาปของมนุษย์ พระเจ้าประทานข้อความในคัมภีร์ไบเบิ้ล พระเจ้าสร้างโลก ข้อความเหล่านี้พวกใหม่ไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อ อ้างว่าขัดต่อหลักวิทยาศาสตร์ และยังมีข้อเล็กน้อยอีกหลายประการที่พวกใหม่ไม่เชื่อ แต่เชื่ออยู่ว่าพระเยซูเป็นคนดี ควรเคารพบูชา และยอมปฏิบัติตามคำสอนของท่านที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเท่านั้น
     -.นิกายเมอร์มอน หรือ แลตเตอร์เดสเซนต์ (Mermon or Laterdescent or The church of jesuschrist lather day saints) นิกายนี้อุบัติในอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2380 (6 เมษายน 1373) คนต้นนิกายชื่อ โยเซฟสมิท เรื่องมีอยู่ว่า โยเซฟสมิท แจ้งว่าตนได้ขุดค้นพบคัมภีร์ชื่อ เมอร์มอน โดยพระเจ้าโปรดประทานให้โมโรนิเทพนำคัมภีร์เหล่านี้ลงมาให้ คัมภีร์ทำด้วยแผ่นโลหะหลายแผ่น มีห่วงร้อย จารึกด้วยอักษรอียิปต์ โยเซฟสมิทได้ประกาศคำสอนตามคัมภีร์นี้ จนมีคนยอมรับนับถือเป็นอันมาก แต่ก็ถูกพวกอเมริกาบางพวกขัดขวางคอยรังควาน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก จนต้องเที่ยวเร่ร่อนไปตามรัฐต่างๆ ในเมริกา ในที่สุดรัฐบาลอนุญาตให้ไปตั้งหลักฐานอยู่ในรัฐยูท่าห์
     นิกายนี้อนุญาตให้ชายมีเมียได้หลายคน เพราะพระเจ้าอนุญาตทุกคนมีการกระทำเป็นจองตนเอง ใครทำความชั่วอะไรก็จะต้องได้รับการตอบสนองเอง จะไปรับถ่ายทอดจากอาดัม เอวา หาได้ไม่ ถือว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิบูชาพระเจ้าได้ตามลัทธิและศรัทธาของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีกฎข้อบังคับว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเป็นการบังคับทางศาสนา ไม่เชื่อคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งหมด เชื่อเฉพาะที่แปลออกมาแล้วเท่านั้นว่าเป็นโอวาทพระเจ้า และคัมภีร์เมอร์มอนก็เชื่อว่าเป็นโอวาทของพระเจ้าเหมือน กันเชื่อศาสดา พยากรณ์ที่มีมาแล้วทั้งหมดและเชื่อว่าความมหัศจรรย์ และการทำนายในครั้งคริสตกาลนั้นว่าเป็นความจริง แต่ที่ไม่มีหรือมีไม่ได้นั้น เพราะมนุษย์เสียความประพฤติมาก      สรุปคำสอนของนิกายเมอรมอนแล้วได้ใจความดังนี้
        1. เพื่อฟื้นฟูระบบการปกครองโดยพระผู้เป็นเจ้า
        2. เพื่อใช้อำนาจการปกครองนี้แจกจ่ายให้แก่สมณะคือคนที่ปฏิบัติดีทั่วไป
        3. มีเมียหลายคนได้ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นคนเดียว)
        4. บริโภคอาหาร และสิ่งต่างๆ อย่างสำรวมตามที่ศาสดาได้ยินมาจากวาจาแห่งความฉลาด ของพระเจ้า งดเว้นน้ำชา กาแฟ
             ยาสูบ สุราเมรัย อย่างเคร่งครัด
        5. ออกเที่ยวเผยแผ่ศาสนาโดยสมัครใจให้กว้างขวางที่สุด
        6. มนุษย์ทั้งโลกสืบตระกูลมาจากเผ่าต่างๆ ของชาวอิสราเอลอันเป็นชนของพระเจ้า   (แต่พวกนิโกรผิวดำดูเหมือนจะไม่ใช่)
     พวกเมอร์มอนไม่สร้าง Church หรือโรงสวด ไม่สร้างมหาวิหารที่เรียกว่า Cathedral แต่สร้างเทวสถานใหญ่โตที่เรียกว่า Temple

แหล่งที่มา   http://www.religions.mbu.ac.th/html/part2/rel1p4.htm#toppage

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s